มาติดตามสถานการณ์ในพม่า ล่าสุดส่อเข้าสู่สงครามกลางเมือง หลังผู้ชุมนุมในเขตสะกาย ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศพม่า ได้จับอาวุูธต่อสู่ปะทะกับกองกำลังทหาร ส่งผลให้พลเรือนอย่างน้อย 11 รายเสียชีวิตและบาดเจ็บอีกเกือบ 30 คน ใกล้กับเมืองตะเซ (Taze ) และในเมืองกะเล่ ผู้ประท้วงราว 12 รายเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 12 คน และนับตั้งแต่การรัฐประหาร มีพลเรือนราว 612 รายถูกสังหาร เรื่องนี้น่าสนใจไปติดตามกันครับ
8 เมษายน 2564 มีรายงานข่าวจากสํานักข่าวอิระวดี ว่า พลเรือนอย่างน้อย 11 รายเสียชีวิตและบาดเจ็บอีกเกือบ 30 คนในระหว่างการปะทะกับกองกำลังของรัฐบาลพม่าใกล้กับเมืองตะเซ (Taze) ในเขตสะกาย(Sagaing) ซึ่งตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศพม่า เมื่อเย็นวันพุธที่ 7 เมษายน 2564
รายงานข่าว ระบุว่า ชาวบ้านได้ใช้อาวุธปืน และปืนลม แบบผลิตเองพยายามป้องกันไม่ให้รถบรรทุก 7 คันที่เต็มไปด้วยทหารเข้ามาในเมืองในเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันพุธ
ผู้อยู่อาศัยในย่านนั้น เปิดเผยว่า กองกำลังทหาร ถูกนำไปใช้เพื่อปราบปรามการประท้วงต่อต้านระบอบการปกครองประจำวันในเมืองตะเซ (Taze) ที่มีผู้คนหลายหมื่นคน แต่ยังไม่ถูกโจมตีโดยกองกำลังของรัฐบาลทหาร จนกระทั่งเมื่อ วันพุธที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา
การปะทะด้วยการใช้อาวุธ ระหว่างกองกำลังของรัฐบาลพม่ากับประชาชน ในเขตสะกาย(Sagaing) ซึ่งตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศพม่า / Cr.ภาพ www.irrawaddy.com
นอกจากนี้ ผู้อยู่อาศัยในย่านนั้นเปิดเผยอีกว่า ผู้ประท้วงได้ต่อสู้กับกองกำลังทหาร ที่ใช้อาวุธปืนอัตโนมัติ และปืนสไนเปอร์
หลังจากพลเรือนล่าถอยแล้วกองทหารก็เคลื่อนเข้าไปในเมืองเมื่อเย็นวันพุธ
ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ผู้คนได้ออกจากเมืองและผู้บาดเจ็บได้หาทางรักษาที่อื่น เพื่อหลีกเลี่ยงกองกำลังของรัฐบาลทหาร
ทำให้ในวันพฤหัสบดี เมืองตะเซ ว่างเปล่าท่ามกลางการประกาศผ่านลำโพงโดยทหารขู่ว่าจะยิงใครก็ตามที่พบเห็นบนท้องถนน
ส่วนการประท้วงในเขตเมืองกะเล่ ( Kale) เขตสะกาย ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองตะเซ
ต้องเผชิญกับการโจมตีในตอนเช้า เพื่อขจัดสิ่งกีดขวางบนถนนของผู้ประท้วงในวันพุธ
ในระหว่างการโจมตีทหารได้ใช้วัตถุระเบิดและการระดมกระสุนจริงเพื่อต่อต้านผู้ประท้วงที่มีอาวุธปืนทำเอง ปืนลมและหนังสติ๊ก
การชุมนุมประท้วง ในเมืองตะเซ (Taze) ในเขตสะกาย(Sagaing) ซึ่งตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศพม่า /Cr.ภาพ myanmar-now.org
แหล่งข่าวกล่าวว่า ผู้ประท้วงราว 12 รายเสียชีวิต ส่วนใหญ่มาจากวัตถุระเบิด และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 12 คน
นอกจากนี้ พลเรือน 3 คนที่ไม่ได้ประท้วงถูกยิงเสียชีวิต และศพของพวกเขาก็ถูกนำไปทิ้ง
รายงานระบุอีกว่า ระบอบทหารของเมียนมาร์ทวีความรุนแรงมากขึ้นในการปราบปรามประชาชนพลเรือนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่การประท้วงดำเนินต่อไปและนักเคลื่อนไหวต่างมองหาวิธีอื่นในการต่อต้านรัฐบาลทหาร
พร้อมระบุอีกว่า มีพลเรือนราว 612 ราย ถูกสังหาร โดยรัฐบาลทหารนับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
สถานการณ์ในพม่าน่าห่วง หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ ไม่หาทางยุติปัญหามีโอกาสสูงที่จะเกิดสงครามกลางเมือง ดังจะเห็นได้จากผู้ชุมนุมในเมือง เริ่มจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้กับทหารพม่าแล้ว
ซึ่งถ้าเป็นอย่างก็จะนำพม่าไปสู่ความไม่สงบอีกครั้ง ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่ประเทศไทย จะได้รับผลกระทบจากความไม่สงบของพม่า โดยเฉพาะการรับผู้อพยพ หรือ ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ